097-204-9917 info@scurve.co
กิจกรรมการพัฒนาแบรนด์ไทยสู่สากลด้วย Digital Platform
กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ภูมิใจเสนอหลักสูตร

The S-curve “Digital Branding For Crisis”

หลักสูตรการสร้างแบรนด์บนโลกดิจิทัลในช่วงวิกฤติ

รับสมัคร เมษายน – พฤษภาคม 2563

อบรม มิถุนายน – กรกฎาคม 2563

(ช่วงเวลาดำเนินโครงการและรูปแบบการอบรม อาจจะมีการปรับเปลี่ยน ตามสถานการณ์ COVID-19)

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพ SMEs ด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีจุดประสงค์ในการสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และพัฒนาแบรนด์ไทยสู่สากลด้วย Digital Platform  กลับมาอีกครั้งในปี 2563 นี้ กับหัวข้อที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องรู้ กับหลักสูตร “Digital Branding for Crisis” ที่จะช่วยผู้ประกอบการ SMEs ทุกคนให้สามารถสร้างแบรนด์ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เพื่อคุณจะไม่เพียงแค่อยู่รอดผ่านช่วงวิกฤติ แต่ยังสามารถเติบโตก้าวไกลได้มากขึ้นหลังจากนี้

หลักสูตร DIGTAL BRANDING FOR CRISIS

เป็นหลักสูตรที่จะทำให้คุณรู้จัก "ปฎิวัติ" ความคิดของตัวเอง และพลิกรูปแบบการทำธุรกิจจากเดิมไปสู่เป็นสิ่งใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ที่ผู้ประกอบการ SMEs ทุกคนจะต้องรู้จักการวางแนวทางแก้ไข ทั้งกลยุทธ์ รูปแบบและทิศทางของธุรกิจ อย่างเร่งด่วนที่สุด เพราะกลไกการตลาดต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างมากมาย ซึ่งจะมีผลต่อความอยู่รอดของ Brand ของคุณโดยตรง

นี่คือหลักสูตรที่ "ออกแบบ" มาเพื่อคุณในสถานการณ์เช่นนี้โดยเฉพาะ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ (Executive Coach) เฉพาะด้านมาช่วยวาง Landscape ของธุรกิจและกลยุทธของ Brand ในทุกมิติ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาแก้ปัญหาจริงเพื่อปรับปรุงกิจการได้อย่างตรงจุด เพื่อให้คุณ "ชัดเจน" และมีมุมมองใหม่ในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้!

เตฌิณ โสมคำ (โค้ชโรเจอร์) 

SESSION SPEAKERS

เตรียมพบกับเหล่าวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการตัวจริง ด้านการโฆษณา การสร้างแบรนด์ และการขยายธุรกิจ
ที่จะมาช่วยกันปั้นแบรนด์ของคุณให้พร้อมที่จะยืนหยัดมั่นคงและเติบโตขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาวิกฤตินี้ได้

วิเชียร ฤกษ์ไพศาล

วิเชียร ฤกษ์ไพศาล

Founder, Genie Record

นนทวัฒน์ เจริญชาศรี

นนทวัฒน์ เจริญชาศรี

Founder & Managing Director, The Others Co.,LTD
ชนินทร์  เย็นสุดใจ

ชนินทร์ เย็นสุดใจ

Venture Capital

พรรษพล ลิมปิศิริสันต์

พรรษพล ลิมปิศิริสันต์

Founder & Chief Creative Officer / MONDAY
วรวุฒิ อุ่นใจ

วรวุฒิ อุ่นใจ

COL (Office Mate)

วิบูลย์ ลีภักดิ์ปรีดา

วิบูลย์ ลีภักดิ์ปรีดา

Founder & Chief Creative Officer / MONDAY
เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์

เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์

Gnosis Advisory

ฐิริญะพงศ์ อัศวดีกูล

ฐิริญะพงศ์ อัศวดีกูล

Founder บริษัท ร่วมสร้างคอนซัลติ้ง

พร้อมทั้งแขกรับเชิญเพิ่มเติมในแต่ละชั่วโมงอบรมที่จะมาผลัดเปลี่ยนมาแบ่งปันประสบการณ์ที่ไม่สามารถจะหาฟังได้จากที่ไหนง่ายๆ
*วิทยากรอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

TESTIMONIAL

เสียงยืนยันจากผู้ที่เคยเข้าหลักสูตร S-curve Digital Branding ภายใต้โครงการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในปีก่อนๆ มาฟังกันว่ารุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จทุกคนได้พูดถึงหลักสูตรนี้ไว้อย่างไรกันบ้าง

อบรมฟรี!* รับเพียง 35 คนเท่านั้น!

หลักสูตรนี้ เหมาะสำหรับ

  • ผู้ประกอบการ SMEs ทุกประเภท ที่มีแบรนด์ของตนเอง และต้องการพัฒนาแบรนด์ให้มั่นคง แข็งแรง และเติบโตขึ้นได้ ท่ามกลางช่วงเวลาที่วิกฤติ
  • ผู้ประกอบการ SMEs ทีเชื่อในพลังของสื่อ Digital และ Social Media
  • ผู้ประกอบการ SMEs ที่พร้อมจะเปิดรับ เรียนรู้ และออกนอกกรอบของตัวเองเพื่อพาแบรนด์ให้เติบโตขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด

*มีเงินประกันการเข้าร่วมโครงการ 5,000 บาท ผู้เข้าอบรมจะได้รับคืนเมื่อเข้าร่วมโครงการครบถ้วนตามเงื่อนไข (กรุณาอ่านรายละเอียดด้านล่าง)

เนื้อหาและรูปแบบของหลักสูตร

(อาจมีการปรับเปลี่ยนวิทยากรและหัวข้อตามสถานการณ์ที่จำเป็น)

เจาะลึกทุกองค์ประกอบของการสร้างแบรนด์ ทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติ ภายใต้บริบทของการใช้สื่อดิจิทัลและ Social Media เป็นเครื่องมือหลักในกระบวนการคิดงานและวางกลยุทธ์ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในแวดวงการตลาด โฆษณา และการสร้างแบรนด์ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับเพื่อนๆ และรุ่นพี่ พร้อมรับคำปรึกษาในการแก้ปัญหาจริงเพื่อปรับปรุงกิจการได้อย่างตรงจุด


ภาคเช้า : ปฐมนิเทศน์หลักสูตร ทำความรู้จักกัน

ภาคบ่าย : WHEN HIT THE CORNER – คุณวรวุฒิ อุ่นใจ
ทฤษฎีจากตำรา ฝ่าวิกฤติ เจ้าของแบรนด์จะทำอย่างไร เมื่อสถานการณ์รอบข้างเหมือนว่ากำลังจะบีบคุณให้จนมุม ฟังประสบการณ์และพูดคุยกับวิทยากร คุณวรวุฒิ อุ่นใจ ผู้สร้างตัวจาก OfficeMate  จนยืนหยัดบนโลกธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง

ภาคเช้า : CRISIS LEADERSHIP – ผู้นำที่แข็งแกร่ง นำพาให้พ้นภัย โดย คุณชนินทร์ เย็นสุดใจ

ภาคบ่าย : Landscape The Problem – REBRANDING – Workshop โดย คุณเตฌิณ โสมคำ
เข้าใจภูมิทัศน์ของวิกฤติ ในที่ๆ ดูเหมือนทุกอย่างกำลังติดลบ แต่ที่นั่นอาจจะเป็นที่ๆ คุณจะกลับมามองเห็นแบรนด์ตัวเองในภาพใหม่อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งจะนำไปสู่การปรับตัวและปรับตำแหน่งของแบรนด์คุณ ที่จะทำให้ไม่เพียงแค่รอดจากวิกฤติ แต่จะมีความพร้อมมากยิ่งกว่าเดิมเมื่อช่วงเวลานี้ได้ผ่านไป

ภาคเช้า : BRAND STRATEGY- GOLD ANALYSIS โดย คุณศศี วัฒนพานิช
การวางกลยุทธ์และการวิเคราะห์เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างแบรนด์ เพื่อใช้ต่อสู้กับคู่แข่งในตลาดและรักษากลุ่มเป้าของแบรนด์ให้อยู่กับแบรนด์ ร่วมแบ่งปันการวางกลยุทธ์ที่เจ้าของธุรกิจควรทราบ

ภาคบ่าย BRAND STRATEGY – Workshop โดย คุณเตฌิณ โสมคำ
วิเคราะห์แบรนด์ของผู้เข้าร่วมโครงการว่ามีความชัดเจนมากน้อยแค่ไหนบนโลกออนไลน์ และมีส่วนไหนที่ต้องแก้ไขปรับปรุง เพื่อพลิกโฉมให้แบรนด์มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

ภาคเช้า : BRAND MANAGEMENT – Tactical Goal โดย คุณฐิริญะพงศ์ อัศวดีกูล

การจัดการบริหารทุกองค์ประกอบของธุรกิจเพื่อเชื่อมโยงส่วนต่าง ของความเป็น
แบรนด์เข้าด้วยกัน ให้เกิดความเป็นเอกภาพ และทำให้แบรนด์สามารถสื่อสารตัวตนออกมาได้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะอยู่ในช่องทางหรือสื่อไหน

ภาคบ่าย  BRAND ARCHITECTURE – Workshop โดย คุณเตฌิณ โสมคำ

ร่วมวิเคราะห์แบรนด์ของผู้เข้าร่วมโครงการว่ามีความชัดเจนมากน้อยแค่ไหนบนโลกออนไลน์ และมีส่วนไหนที่ต้องแก้ไขปรับปรุง

ภาคเช้า : FINANCIAL MANAGEMENT FOR CRISIS โดย คุณเศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์

ภาคบ่าย : BRAND CRISIS COMMUNICATION โดย คุณพรรษพล ลิมปิศิริสันต์ และ คุณวิบูลย์ ลีภักดิ์ปรีดา

ภาคเช้า : BRAND DESIGN –  REDESIGNING โดย คุณนนทวัฒน์ เจริญชาศรี
วิกฤติจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่อาจจะต้องเกิดขึ้นคือการที่เจ้าของธุรกิจจะต้องกลับมาออกแบบแบรนด์ของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้สามารถอยู่รอดผ่านวิกฤติไปได้

ภาคบ่าย : DIGITAL ADS – FB AD STRATEGY

ภาคเช้า : บรรยายพิเศษ “KEY OF MANAGEMENT” คน ขับเคลื่อน คน โดย คุณวิเชียร ฤกษ์ไพศาล การรับมือกับวิกฤติไม่ใช่แค่การบริหารจัดการวิกฤติที่อยู่ภายนอก แต่บ่อยครั้งต้องรู้ด้วยว่าบางครั้งวิกฤตินั้นก็อยู่ในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการคน เพื่อที่จะสามารถฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปได้!

ภาคบ่าย : Networking กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SMEs (Networking) เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ของผู้เข้าร่วมอบรมให้รู้จักเพิ่มมากขึ้น และเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจของผู้ประกอบการให้สอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น

ปิดท้ายโครงการด้วยการสัมมนาเผยแพร่องค์ความรู้ ฟังเรื่องราวความสำเร็จ Success Story จากเพื่อนร่วมโครงการ พร้อมรับประกาศนียบัตรจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

*หัวข้อและวิทยากรอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

วันเวลาอบรม

ครั้งที่ 1 : วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.
ครั้งที่ 2 : วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.
ครั้งที่ 3 : วันศุกร์ที่ 3 ก.ค.
ครั้งที่ 4 : วันศุกร์ที่ 10 ก.ค.
ครั้งที่ 5 : วันศุกร์ที่ 17 ก.ค.
ครั้งที่ 6 : วันศุกร์ที่ 24 ก.ค.
ครั้งที่ 7 (Networking) : วันศุกร์ที่ 31 ก.ค.
ครั้งที่ 8 (สัมมนาปิดโครงการ) : วันศุกร์ที่ 21 ส.ค.
*อบรมเวลา 9:30 น.​ – 16:30 น. ทุกวัน*
นอกเหนือจากการอบรมรวมแล้ว ยังมีการให้คำปรึกษากลุ่มย่อยเชิงลึกอีก 2 ครั้ง ซึ่งจะกำหนดวันหลังจากเริ่มโครงการ

สถานที่อบรม

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

หมายเหตุ : วันเวลา, สถานที่ และรูปแบบการอบรมอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ตามสถานการณ์และมาตรการป้องกันโรค COVID-19 ที่กำหนดโดยรัฐบาล

Registration | สมัครเข้าร่วมโครงการ

กำหนดการและขั้นตอนในการสมัคร

กรอกแบบฟอร์ม

  1. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครตามรายละเอียดด้านล่าง
  2. คลิกที่ปุ่มข้างล่างนี้เพื่อกรอกแบบฟอร์มสมัครตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. – 29 พ.ค. 2563

ส่งคลิปแนะนำตัว

  • บันทึกคลิปวีดีโอแนะนำตัวเองและธุรกิจความยาวไม่เกิน 3 นาที
  • อัพโหลดวีดีโอขึ้น Youtube, Google Drive หรือ Dropbox
  • ส่งลิงค์วีดีโอคลิปมาที่ Line: @scurve.co หรือ Email : info@scurve.co ภายใน 29 พ.ค. 63
  • รอฟังผลพิจารณาเพื่อนัดสัมภาษณ์

 

สอบสัมภาษณ์

  1. สอบสัมภาษณ์กับกรรมการคัดเลือก (สามารถเลือกสัมภาษณ์สด หรือออนไลน์)
  2. รอฟังผลการคัดเลือก
  3. ยื่นเอกสารต่างๆ เพื่อยืนยันการเข้าร่วมโครงการ

กำหนดวันรับสมัคร,​ สอบสัมภาษณ์ และประกาศผล หลักสูตร Digital Branding for Crisis

เปิดรับสมัคร วันที่ 11 เม.ย. 2563 – 29 พ.ค.​2563

ประกาศผลเพื่อเข้าสัมภาษณ์ : วันอังคารที่ 2 มิ.ย. 2563

สัมภาษณ์ผู้สมัคร : วันจันทร์ที่ 8 มิ.ย. 2563

ประกาศผลผู้ได้รับคัดเลือกเข้าอบรม Digital Branding for Crisis : วันพุธที่ 10 มิ.ย. 2563

*การตัดสินคัดเลือกของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

เงื่อนไขและข้อตกลงในการเข้าร่วมโครงการและคำถามที่พบบ่อย

(กรุณาอ่านอย่างละเอียดก่อนสมัคร)

 

คุณสมบัติผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ

เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs และผู้ให้บริการด้านไอที โดยเฉพาะ ดังนั้นผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการนั้นจำเป็นต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของโครงการดังต่อไปนี้คือ

  1. เป็นผู้ประกอบการหรือตัวแทนธุรกิจประเภท SMEs ที่มีกิจการดำเนินอยู่แล้วจริง และมีสถานประกอบการชัดเจน สามารถตรวจสอบและติดต่อได้ (ต้องสามารถแสดงหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้หลังจากได้รับคัดเลือก ได้แก่   หนังสือรับรองบริษัท, หนังสือจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน หรือทะเบียนพาณิชย์และบัตรประจำตัวประชาชน)
  2. เป็นเจ้าของธุรกิจหรือทายาทธุรกิจ ซึ่งสามารถมีสิทธิ์ในการตัดสินใจโดยตรงเกี่ยวกับธุรกิจ การทำการตลาดรวมถึงการกำหนดงบประมาณในการประชาสัมพันธ์ของธุรกิจนั้นๆ   
  3. ธุรกิจหนึ่งแห่งสามารถส่งตัวแทนร่วมโครงการได้ 1 คน และมีสิทธิ์ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเพียง 1 รุ่นเท่านั้น
  4. ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องสามารถเข้าร่วมรายการด้วยตัวเองได้ครบตามวันเวลาที่ได้รับรายละเอียดไว้ล่วงหน้า
  5. ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องมีพื้นฐานความเข้าใจในการใช้งาน Social Media อยู่ในระดับที่ดี และธุรกิจที่จะนำมาสมัครเข้าร่วมโครงการ ควรจะมีการเริ่มต้นใช้งาน Social Media อยู่แล้ว
  6. ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องยินดีให้ความร่วมมือในการทำงานต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากวิทยากรและโค้ช ตามวัตถุประสงค์ของการอบรมในแต่ละครั้ง และต้องมีความพร้อมในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการพูดคุย    ให้คำแนะนำ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรและผู้เข้าร่วมโครงการท่านอื่นภายในชั้นอบรม
  7. ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องส่งเอกสารและกรอกข้อมูลการสมัครให้ครบถ้วน รวมทั้งยินดีเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่จำเป็นกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ในการประเมินผลโครงการทั้งก่อน, ระหว่าง และหลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการ
  8. ผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีความพร้อมในการเผยแพร่ผลการอบรมในกรณีที่เป็น Success Case เพื่อการประชาสัมพันธ์และเป็นต้นแบบให้กับผู้ประกอบการ SMEs และผู้ให้บริการด้านไอที
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นในการเข้าร่วมอบรมตลอดทั้งโครงการ แต่จะมีการวางเงินการประกันการเข้าร่วมโครงการจำนวน 5,000 บาท ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนในระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน หลังจากวันอบรมวันสุดท้ายของโครงการ ตามเงื่อนไขต่อไปนี้คือ

  1. ผู้เข้าร่วมโครงการได้ร่วมรายการอบรมต่างๆ ของโครงการไม่น้อยกว่า 80% ของจำนวนชั่วโมงทั้งหมด (ขาดได้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง)
  2. ผู้เข้าร่วมโครงการได้ส่งหลักฐานต่างๆ ในการสมัครอย่างครบถ้วนถูกต้อง
  3. ผู้เข้าร่วมโครงการให้ความร่วมมือในการประเมินผลการจัดโครงการ     โดยการตอบแบบสอบถามจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วนทุกแบบฟอร์มทั้งก่อน, ระหว่าง และหลังจากการเข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งเขียนเล่าประสบการณ์ ผลสำเร็จจากการนำกลยุทธ์ Social Media ซึ่งได้เรียนรู้จากการเข้าร่วมโครงการไปใช้จริงในกิจการ ให้กับทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

*ทั้งนี้ในขั้นตอนของการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ แต่ละธุรกิจควรจะมีงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับการลงทุนทำการประชาสัมพันธ์ธุรกิจของตนเองผ่าน Social Media เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้น

หลักฐานที่ต้องใช้ในการเข้าร่วมโครงการ
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้เข้าร่วมโครงการ ที่สามารถอ่านข้อมูลตัวหนังสือและตัวเลขบนบัตรทุกตัวได้อย่างชัดเจน
  • สำเนาหลักฐานการจดทะเบียนธุรกิจ : ทะเบียนพาณิชย์, หนังสือจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท เท่านั้น
  • สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร (ธ.กรุงเทพ ถ้ามี) สำหรับการโอนเงินประกันคืนหลังจากสิ้นสุดโครงการ (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ์เค้าร่วมโครงการ

การคัดเลือกผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการจะพิจารณาจากผู้ที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตรงตามที่โครงการกำหนดไว้มากที่สุดเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเป็นการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป   โดยคณะกรรมการดำเนินการโครงการ ร่วมกับวิทยากรเพื่อคัดเลือกธุรกิจที่มีแนวโน้มและศักยภาพในการใช้เครื่องมือดิจิทัล เข้ามาประยุกต์ได้จริงในเชิงปฎิบัติ  โดยตัดสินจากข้อมูลที่ผู้ประกอบการกรอกเข้ามาในใบสมัครและคลิปวีดีโอแนะนำตัว     และอาจไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงลำดับก่อนหลังในการลงทะเบียนของผู้สมัคร ซึ่งจากการคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ์ในปีที่ผ่านๆ มา อาจพอสรุปหลักเกณฑ์ในการพิจารณาผู้ได้รับสิทธิ์คร่าวๆ ได้ดังนี้คือ

  1. เป็นธุรกิจที่สามารถทำการตลาดออนไลน์ได้จริง มีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนและมากพอที่จะทำการตลาดในวงกว้างได้
  2. ธุรกิจที่มีแบรนด์ของตัวเองจะมีโอกาสได้รับคัดเลือกสูงกว่าธุรกิจที่เป็นตัวแทนจำหน่าย เนื่องจากมีความคล่องตัวสูงกว่าในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หรือภาพลักษณ์ของสินค้าเพื่อการทำการตลาดบนโลกออนไลน์
  3. ธุรกิจที่เจ้าของกิจการมาเข้าร่วมเองจะมีโอกาสได้รับสิทธิ์สูงกว่าธุรกิจที่ส่งตัวแทนมา เนื่องจากจะเป็นผู้ที่สามารถตัดสินใจในนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในการอบรมได้ทันที ทำให้ง่ายต่อการประเมินผลโครงการ
  4. ความเคลื่อนไหวของ Social Media ที่ธุรกิจดำเนินอยู่แล้วจะเป็นสิ่งยืนยันที่ช่วยให้ผู้สมัครได้มีโอกาสรับเลือกมากขึ้น เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการต่อยอดให้กับผู้ประกอบการที่มีการใช้เครื่องมือดิจิทัลอยู่แล้วเป็นหลัก
  5. เป็นธุรกิจที่โค้ชมีประสบการณ์และความเข้าใจ สามารถมีส่วนแบ่งปันมุมมองและแนวคิดได้
แนวทางในการทำคลิปวีดีโอแนะนำตัว

แนวทางในการทำคลิปวีดีโอแนะนำตัว เนื้อหาในคลิปวีดีโอควรจะให้ข้อมูลต่างๆ ตามแนวทางต่อไปนี้

      • ชื่อผู้สมัครและชื่อธุรกิจที่ต้องการจะสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยผู้สมัครจะต้องเป็นผู้พูดแนะนำด้วยตัวเองเท่านั้น
      • อธิบายลักษณะและจุดเด่นของธุรกิจแบบคร่าวๆ (สามารถมีสินค้าตัวอย่างหรือรูปภาพประกอบการอธิบาย)
      • ประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือออนไลน์ และ Social Media สำหรับธุรกิจที่สมัคร
      • ความคาดหวังและเหตุผลที่ต้องการจะเข้าร่วมโครงการนี้
      • ผู้สมัครสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอได้เต็มที่
      • วีดีโอไม่จำเป็นต้องบันทึกเป็นความละเอียดสูงหรือใช้โปรแกรมตัดต่อใดๆ สามารถใช้กล้องโทรศัพท์มือถือถ่ายได้ คุณภาพและความละเอียดของวีดีโอไม่มีผลใดๆ ต่อการพิจารณา กรรมการจะดูจากเนื้อหาเป็นหลักเท่านั้น 
      • อัพโหลดวีดีโอขึ้น Youtube, Google Drive หรือ Dropbox เท่านั้น
      • ส่งลิงค์วีดีโอคลิปมาที่ Line : @scurve.co หรือ Email : info@scurve.co ภายใน 29 พ.ค. 63

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อเรา

กิจกรรมพัฒนาศักยภาพทางการตลาดด้วย Social Media สำหรับ SMEs และผู้ให้บริการด้านไอที โครงการพัฒนาศักยภาพ SMEs ด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล
โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม

อีเมล์ : info@scurve.co โทร : 097-204-9917